กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลกำแพงเพชร

ศูนย์การเรียนรู้เวชศาสตร์ครอบครัวและพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ เขตสุขภาพที่ 3

กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลกำแพงเพชร

ผลลัพธ์ของการฝึกอบรม

ผลลัพธ์ของการฝึกอบรม

แพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวต้องมีคุณสมบัติและความรู้ความสามารถตามสมรรถนะ หลักครอบคลุมประเด็นทั้ง 6 ด้านดังนี้

  • การบริบาลผู้ป่วย (Patient care)
    • สามารถให้การบริบาลระดับปฐมภูมิที่มีคุณภาพสำหรับทุกกลุ่มอายุ (High quality primary care for all age groups)
    • สามารถให้การดูแลที่ครอบคลุมทั้งการส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ (Comprehensive care)
    • ดูแลผู้ป่วยนอก (Ambulatory care) ทั้งผู้ป่วยเฉียบพลัน (Acute care) และผู้ป่วยเรื้อรัง (Chronic care) สามารถรับปรึกษา และส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม
    • ดูแลผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาลได้อย่างเหมาะสม (Appropriated inpatient care)
    • สามารถให้การดูแลผู้ป่วยที่บ้าน (Home care) โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการและ ทุพพลภาพ
    • สามารถให้การดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care)
  • ความรู้และทักษะหัตถกำรทำงเวชกรรม (Medical Knowledge and Procedural Skills)
    • เข้าใจวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐานของร่างกายและจิตใจ ของระดับบุคคลทุกกลุ่มวัย
    • มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ และเชี่ยวชาญในสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว
    • ดูแลโดยมุ่งเน้นครอบครัว (Family Oriented Approach)
    • ดูแลโดยมุ่งเน้นชุมชน (Community Oriented Approach)
  • ทักษะระหว่างบุคคลและการสื่อสำร (Interpersonal and Communication Skills)
    • นำเสนอข้อมูลผู้ป่วยและอภิปรายปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
    • ดูแลโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและการดูแลแบบองค์รวม (Person-centered and Holistic Care)
    • ถ่ายทอดความรู้และทักษะให้แพทย์ นิสิต นักศึกษาแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจน ประชากรในชุมชนที่รับผิดชอบ
    • ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และครอบครัวผู้ป่วย (Doctor-patient-family relationship) โดยสามารถสื่อสารให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วย ญาติ ครอบครัวและชุมชน ได้อย่างถูกต้องและ มีประสิทธิภาพ มีเมตตา เคารพการตัดสินใจและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
    • มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ทำงานกับผู้ร่วมงานทุกระดับอย่างมีประสิทธิภาพ
    • เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่แพทย์และบุคลากรอื่น โดยเฉพาะทางเวชศาสตร์ครอบครัว
  • การเรียนรู้และการพัฒนาจากฐานการปฏิบัติ (Practice-Based Learning and Improvement)
    • มีการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้จากการปฏิบัติ (Practice-Based) ความคิดสร้างสรรค์ ตามหลักวิทยาศาสตร์ในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ และพัฒนาระบบบริการสุขภาพ
    • เรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ได้ด้วยตนเองจากการปฏิบัติ
    • วิพากษ์บทความและงานวิจัยทางการแพทย์
    • ดำเนินการวิจัยทางการแพทย์ และสาธารณสุขได้
    • นำหลักฐานเชิงประจักษ์มาประยุกต์ใช้ในเวชปฏิบัติ
  • วิชาชีพนิยม (Professionalism)
    • มีคุณธรรม จริยธรรม และเจตคติอันดีต่อผู้ป่วย ญาติ ผู้ร่วมงาน เพื่อนร่วมวิชาชีพ และชุมชน
    • มีความสนใจใฝ่รู้ และสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นผู้เรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต
    • มีทักษะ non-technical skills
    • มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
    • คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมและจริยธรรมทางการแพทย์
  • การทำเวชปฏิบัติให้สอดคล้องกับระบบสุขภำพ (System-Based Practice)
    • มีความรู้เกี่ยวกับระบบสุขภาพของประเทศ
    • มีความรู้เกี่ยวกับการจัดการบริการปฐมภูมิ (Primary Care Management)
    • มีความรู้และมีส่วนร่วมในระบบพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วย
    • ใช้ทรัพยากรสุขภาพอย่างเหมาะสม (Cost Consciousness Medicine) และสามารถ ปรับเปลี่ยนการดูแลรักษาผู้ป่วยให้เข้ากับบริบทของการบริการสาธารณสุขได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ
    • สามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลให้กับประชากรในความดูแล (Resource Person of a Defined Population)
    • เข้าใจเรื่องความปลอดภัยของผู้ป่วย (Patient safety)
    • สามารถร่วมดำเนินการการประกันคุณภาพและควบคุมคุณภาพอย่างต่อเนื่อง (Quality Assurance - QA and Continuous Quality Improvement - CQI)